Shared Hosting, VPS Hosting และ Dedicated Hosting มีความแตกต่างกันอย่างไร เลือกอย่างไรให้เหมาะสม

ในยุคดิจิทัลเช่นทุกวันนี้ ธุรกิจมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยช่องทางออนไลน์ต่างๆ จึงจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้  เพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันและความหลากหลายของกลุ่มธุรกิจ รูปแบบของเว็บไซต์จึงมีความซับซ้อนและมีฟังก์ชันหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของเว็บไซต์ควรเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ เช่นเดียวกับการเลือกโฮสติ้ง ซึ่งก็ควรมีการเลือกประเภทโฮสติ้งที่เหมาะสมกับรูปแบบของเว็บไซต์ด้วยครับ

 

วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 1) Shared Hosting 2) VPS Hosting และ 3) Dedicated Hosting ว่าโฮสติ้งทั้งสามประเภทนี้มีการทำงานอย่างไร และมีความแตกต่างกันตรงไหน และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ความจริงแล้วลูกค้าสามารถสลับไปมาระหว่างโฮสติ้งทั้งสามประเภทนี้ได้ในภายหลัง แต่จะดีกว่า ถ้าลูกค้าสามารถเลือกประเภทโฮสติ้งที่เหมาะสมกับความต้องการได้ตั้งแต่เริ่มใช้บริการโฮสติ้ง ทั้งนี้ตัวลูกค้าเองจะได้ไม่เสียเวลาด้วยครับ

 

บริการเว็บโฮสติ้งแบ่งได้อีกหลายแบบ ผมจึงจะขอเปรียบเทียบทีละคู่กันแบบง่ายๆ ดังนี้

VPS Hosting VS Dedicated Hosting

ภาพรวม:

 

  • VPS Hosting: ราคาปานกลาง เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ในลักษณะของการแบ่งปันพื้นที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์กับลูกค้าคนอื่นๆ (ที่ผู้บริการเว็บโฮสติ้งดูแลอยู่) แต่ ในจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • Dedicated Hosting: ราคาสูง เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ในลักษณะที่ลูกค้าไม่ต้องแบ่งปันพื้นที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์กับใคร เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเป็นของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว

 

หากเปรียบเทียบระหว่าง VPS Hosting กับ Dedicated Hosting สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนของโฮสติ้งสองแบบนี้ก็คือ ลูกค้าแบบ Dedicated Hosting จะได้ครอบครองตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์จริงๆ ทั้งเครื่อง

 

ซึ่งจะแตกต่างกับ VPS Hosting ตรงที่ลูกค้าจะไม่ได้ครอบครองเครื่องเซิร์ฟเวอร์จริงๆ VPS Hosting นั้นย่อมาจาก Virtual Private Server ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Virtual คือเสมือนจริง การที่ลูกค้าเช่าเซิร์ฟเวอร์แบบ VPS สิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินให้ไม่ใช่ตัวเครื่องที่จับต้องได้ แต่เป็นการจ่ายเงินให้กับพื้นที่บางส่วนของเซิร์ฟเวอร์ที่เสมือนจริง ที่ถูกส่งมาจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงผ่านระบบซอร์ฟแวร์ควบคุมทางไกล (Remote desktop connection)

สรุป

 

Dedicated Hosting เหมาะสมกับลูกค้า ในกรณีดังต่อไปนี้

 

  1. ต้องการครอบครองทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเพียงผู้เดียว ต้องการความเสถียรปลอดภัยและความรวดเร็วอย่างสูงสุด เพื่อภาพลักษณ์ขององค์กร
  2. มีจำนวนผู้ใช้เว็บไซต์มาก หรือวางแผนที่จะขยายการใช้งานของเว็บไซต์ในภายหลัง
  3. มีงบประมาณที่ตั้งไว้สูง สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาภายหลัง
  4. มีความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลที่จะดูแลและจัดการเครื่องเซิร์ฟเวอร์

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าลูกค้าจะเลือก VPS หรือ Dedicated ทั้งสองแบบมีต่างก็มีความเสถียรปลอดภัย ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการทำงานที่ค่อนข้างสูสีกันอย่างมาก ดังนั้นหากลูกค้ามีงบประมาณที่ตั้งไว้จำกัดที่ปานกลาง และไม่ต้องการดูแลหรือจัดการเครื่องเซิร์ฟเวอร์ แต่ยังคงต้องการเซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพดี VPS Hosting ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่าสำหรับลูกค้า

VPS Hosting VS Shared Hosting

ภาพรวม:

 

  • VPS Hosting: ราคาปานกลาง เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ในลักษณะของการแบ่งปันพื้นที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์กับลูกค้าคนอื่นๆ (ที่ผู้บริการเว็บโฮสติ้งดูแลอยู่) แต่ ในจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • Shared Hosting: ราคาค่อนข้างถูก เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ในลักษณะของการแบ่งปันพื้นที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์กับลูกค้าคนอื่นๆ (ที่ผู้บริการเว็บโฮสติ้งดูแลอยู่)  เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีผลทำให้ประสิทธิภาพที่ได้ด้อยกว่าโฮสติ้งแบบอื่น

 

หากเปรียบเทียบระหว่าง VPS Hosting กับ Shared Hosting สิ่งที่โฮสติ้งทั้งสองแบบนี้มีร่วมกันก็คือ ลักษณะที่ลูกค้าจะต้องมีการแบ่งปันทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์ (ตัว Hardware) กับลูกค้ารายอื่นๆ ด้วย

 

เมื่อเลือกใช้ Shared Hosting ลูกค้าจะต้องแบ่งปันทรัพยากรร่วมกับลูกค้าคนอื่นๆ จำนวนมากเป็นจำนวนหลักสิบขึ้นไป ตัวเซิร์ฟเวอร์จะมีการทำงานเท่าที่จำเป็นตามสถานการณ์ของเว็บไซต์ของลูกค้าว่ามีจำนวนคนเข้าเว็บไซต์มากน้อยในขณะนั้น

 

แตกต่างกับ VPS Hosting ที่จะเป็นในลักษณะของการแบ่งปันพื้นที่และทรัพยากรของตัวเซิร์ฟเวอร์กับลูกค้ารายอื่นในจำนวนที่น้อยกว่า Shared Hosting มาก ทำให้การทำงานของเซิร์ฟเวอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ไม่ว่าเว็บไซต์ของลูกค้าจะมีผู้เยี่ยมชมเข้ามากน้อย เซิร์ฟเวอร์ก็ยังทำงานอยู่ตลอดเวลา รองรับทุกสถานการณ์ VPS Hosting เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีการเข้าชมสูงเนื่องจากการใช้งานของ Data Transfer รวมทั้ง Bandwidth จะถูกแบ่งการใช้งานชัดเจน ไม่แชร์ร่วมกับเว็บไซต์อื่นเหมือน Shared Hosting อีกทั้งยังเหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีความต้องการที่จะใช้งานโปรแกรมหรือแอพลิเคชันเสริมที่บริการ Shared Hosting ใช้ไม่ได้

 

อย่างไรก็ตาม เซิร์ฟเวอร์ในปัจจุบันถือว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าในอดีต ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียง Shared Hosting ที่มีราคาค่อนข้างถูกและต้องใช้ร่วมกับลูกค้ารายอื่นๆ  แต่การทำงานของเว็บไซต์ก็ถือว่ามีความลื่นไหลแทบจะตลอดเวลา อาจจะมีช้าบ้าง ถ้าหากเว็บไซต์ที่ใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์เดียวกันเกิดมีคนเข้าเยอะพร้อมๆ กัน

สรุป

 

VPS Hosting  เหมาะสมกับลูกค้า ในกรณีดังต่อไปนี้

 

  1. เว็บไซต์ของลูกค้ามีจำนวนผู้เข้าชมสูงทุกวัน
  2. ลูกค้าไม่ต้องการแบ่งปันการใช้งานของ Data Transfer รวมทั้ง Bandwidth กับลูกค้ารายอื่น ต้องการความเสถียรของเซิร์ฟเวอร์ในระดับสูงตลอดเวลา
  3. ลูกค้ามีงบประมาณปานกลาง

 

แต่หากเว็บไซต์ลูกค้าไม่ได้มีผู้เข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งลูกค้ายังตั้งงบประมาณด้านการเช่าเซิร์ฟเวอร์ไว้ต่ำ Shared Hosting ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่า สำหรับลูกค้า เพราะอย่างที่บอกว่าลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปใช้โฮสติ้งแบบอื่นๆ ในภายหลัง ในกรณีที่เว็บไซต์ของลูกค้ามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

Dedicated Hosting VS Shared Hosting

ภาพรวม:

 

  • Dedicated Hosting: ราคาสูง เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ในลักษณะที่ลูกค้าไม่ต้องแบ่งปันพื้นที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์กับใคร เซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดเป็นของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว
  • Shared Hosting: ราคาค่อนข้างถูก เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์ในลักษณะของการแบ่งปันพื้นที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์กับลูกค้าคนอื่นๆ (ที่ผู้บริการเว็บโฮสติ้งดูแลอยู่)  เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมีผลทำให้ประสิทธิภาพที่ได้ด้อยกว่าโฮสติ้งแบบอื่น

 

การตัดสินใจเลือกระหว่าง Shared Hosting กับ Dedicated Hosting จะมีจุดตัดที่สำคัญอยู่ที่งบประมาณที่ใช้สำหรับการเช่าโฮสติ้ง ค่าใช้จ่ายสำหรับ Shared Hosting จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อปี ในขณะที่ Dedicated นั้นอาจสูงถึง 30,000 ต่อปี

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าลูกค้าจะมีงบประมาณที่ตั้งไว้สูงสำหรับการเช่า server แต่ผู้ให้บริการอาจแนะนำให้ท่านเลือก Shared Hosting มากกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่ลูกค้าไม่เคยเป็นเจ้าของเว็บไซต์มาก่อน การเช่าโฮสติ้งที่ใช้ร่วมกันกับลูกค้ารายอื่นอาจฟังดูไม่ดีเท่ากับการเป็นเจ้าของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ทั้งเครื่อง แต่สิ่งนี้ก็มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมาย นั่นคือการอัพเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติ การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ยอดนิยมได้ในคลิกเดียว ขั้นตอนต่างๆ ไม่ยุ่งยาก Shared Hosting จึงจะเหมาะสมกับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำเว็บไซต์มากที่สุด

สรุป

 

Shared Hosting เหมาะสมกับลูกค้า ในกรณีดังต่อไปนี้

 

  1. ลูกค้าไม่มีความรู้เรื่องโฮสติ้งมากนัก ต้องการเช่า server โดยที่ไม่ต้องลงมือจัดการเกี่ยวกับตัวเครื่องเซิร์ฟเวอร์เอง เพื่อที่จะได้โฟกัสกับธุรกิจมากกว่าที่จะมากังวลกับเรื่องทางเทคนิค
  2. ลูกค้าต้องการที่จะทำเว็บไซต์อย่างปลอดภัย และในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ลูกค้าต้องการที่จะสามารถรีเซ็ตทุกอย่าง โดยไม่เสียข้อมูลทั้งหมดไป
  3. ลูกค้ามีงบประมาณที่ค่อนข้างจำกัด

 

อย่างไรก็ตาม แต่หากลูกค้ามีงบประมาณในการเช่าเซิร์ฟเวอร์ที่สูง วางแผนที่จะขยายเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะเรียนรู้วิธีการจัดการกับปัญหาเชิงเทคนิคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น Delicated Hosting ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่า สำหรับลูกค้า