ถ้าคุณกำลังอยากทำเว็บไซต์แต่ยังลังเลเรื่องงบประมาณ หรือยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี การสร้างเว็บไซต์ฟรีอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ตอบโจทย์ที่สุดในตอนนี้เพราะปัจจุบันการทำเว็บไซต์ไม่ได้ซับซ้อนหรือไกลตัวเหมือนเมื่อก่อน แค่มีไอเดีย ธุรกิจ หรือผลงานที่อยากนำเสนอ คุณก็สามารถสร้างเว็บไซต์เองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
แพลตฟอร์ม เว็บไซต์สำเร็จรูป หลายเจ้าถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการ สร้างเว็บไซต์ มาก่อน ทั้งใช้งานง่าย มีเทมเพลตให้เลือก และบางแห่งก็รองรับการ ทำเว็บไซต์ฟรี แบบเริ่มต้นได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังทดลองตลาด หรืออยากมีเว็บไซต์ไว้เป็นตัวตนออนไลน์ก่อนขยับไปขั้นถัดไป

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 14 เว็บสำเร็จรูปยอดฮิต ที่ช่วยให้การ สร้างเว็บไซต์ เป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ในการทำเว็บไซต์ด้วยตัวเองค่ะ
เว็บสำเร็จรูปสำหรับการสร้างเว็บไซต์ฟรีด้วยตัวเอง
1. WordPress

ข้อดีของ WordPress
- ข้อนี้ใครๆ ก็ชอบแหละ เพราะมันฟรีทุกประการ
- สามารถสร้าง ปรับแต่ง ลบ แก้ไขได้เลยจากอินเตอร์เน็ต ใช้งานได้ง่ายมาก
- สามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา จะอยู่นอกบ้านหรืออยู่ที่ไหนก็ใช้งานได้หมด
- มีการแยกเมนูที่ชัดเจน เช่น แยกส่วน Setting ออกจากส่วน Content ทำให้ดูใช้งานง่าย
- จัดวางลูกเล่นได้ตามใจชอบ
- สามารถเลือกเปิดหรือปิดส่วนต่างๆ ของระบบเบื้องหลังในหน้าจอได้เองเลย
- มีหลากหลายเทมเพลทสวยๆ และฟรีให้เลือกมากมาย
- มีปลั๊กอินฟรีและอัปเดตทุกสัปดาห์
- สร้างเมนูได้แบบง่ายๆ เพราะอะไรๆ ก็ไม่ซับซ้อน
- เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้งานหลากหลายประเทศทั่วโลก
ข้อเสียของ WordPress
- ความสามารถยังไม่รองรับมากเท่าไหร่ ถ้าเกิดกรณีจะทำเว็บไซต์ขนาดใหญ่
- ลงปลั๊กอินเพิ่มเองไม่ได้ ต้องใช้ตามที่เค้ามี
- ฟังก์ชั่นถูกจำกัดหลายตัว อยากใช้งานเพิ่มต้องเสียเงิน
- พื้นที่ใช้งานมีจำกัด
- ลงธีมเพิ่มเองไม่ได้
- มีป้ายโฆษณาติด หากต้องการเอาออกต้องเสียเงินเพิ่ม
- ติด Google AdSense เพิ่มไม่ได้
- เพิ่มเข้า Google Analytics เพื่อติดตามสถิติเว็บได้
2. Wix

ข้อดีของ Wix
- ใช้งานง่ายขั้นสุด ไม่เคยทำเว็บไซต์มาก่อนก็สามารถทำเองได้เลย
- คำศัพท์ในเว็บมักเป็นภาษาอังกฤษแบบเฉพาะตัว ช่วยให้เราได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปในตัว
- ฟรีโดเมนในปีแรก
- ไม่ต้องมีบัตรเครดิตก็ใช้ได้
- เหมาะกับมือใหม่หรือธุรกิจขนาดเล็กเป็นอย่างมาก เพราะใช้งานง่ายสุดๆ
ข้อเสียของ Wix
- เพจสปีดทำได้ไม่ค่อยดี เพราะค่อนข้างช้า
- โหลดช้ามาก ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาชมอาจจะไม่พอใจได้
- มีปลั๊กอินให้เลือกใช้ค่อนข้างจำกัด
3. Weebly

ข้อดีของ Weebly
- มีองค์ประกอบให้เลือกใช้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นใส่ภาพ ใส่เพลง หรือใส่ภาพยนตร์ก็ทำได้ง่ายๆ
- เมื่อสมัครใช้งานก็เริ่มใช้โปรแกรมได้ทันที
- รองรับภาษาไทย
- ตกแต่งใช้งานเว็บไซต์ได้แบบง่ายดาย
- ใช้งานง่ายมาก
- เก็บสถิติผู้เข้าชมได้
ข้อเสียของ Weebly
- ไม่สามารถแก้พื้นหลังได้
- ฟีเจอร์ดีๆ ส่วนใหญ่ต้องเสียเงินซื้อ
4. Webnode

ข้อดีของ Webnode
- ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว และที่สำคัญก็คือฟรี!
- เหมาะกับผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือแนวการขายเชิง e-commerce
ข้อเสียของ Webnode
- ไม่รองรับภาษาไทย
- บางเทมเพลตต้องเสียเงินเพิ่มเติม แต่ไม่ได้แจ้งไว้
5. Jimdo

ข้อดีของ Jimdo
- ใช้งานง่ายมาก แค่เข้าเว็บก็เริ่มใช้งานสร้างเว็บไซต์ได้ทันที
- สามารถออกแบบเว็บไซต์หรือเลือกสร้างเค้าโครงเว็บไซต์ได้เอง
- เหมาะกับคนที่ต้องการขายสินค้าในเว็บไซต์ เพราะสามารถกดเพิ่มรายการสินค้า เลือกวิธีการชำระเงินและดำเนินการขายสินค้าได้ทันที
- กดแชร์ข้อมูลเว็บไซต์ไปยัง Facebook หรือ Twitter ได้แบบง่ายดาย
- มีฟังก์ชั่นช่วยให้ติดหน้า SEO ของทาง Google
ข้อเสียของ Jimdo
- ต้องเสียเงินอัปเกรดเพิ่มในส่วนของการทำ SEO เพื่อให้ติดหน้าท็อปเพจของ Google
- ต้องเสียเงินเพิ่มหากจะนำโฆษณาของเว็บ Jimdo ออก
6. Strikingly

ข้อดีของ Strikingly
- เหมาะกับมือใหม่
- ใช้งานง่าย
- มีลูกเล่นให้เล่นเยอะ
ข้อเสียของ Strikingly
- ไม่เป็นที่นิยมมากนัก
- ไม่เหมาะกับเว็บที่มีข้อมูลเยอะๆ
7. Site123

ข้อดีของ Site123
- ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจ
- สามารถใช้งานออกแบบเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ข้อเสียของ Site123
- โฆษณาเยอะ (ถ้าจ่ายเงินก็เอาออกได้)
- ไม่มี Layout ให้เลือกเยอะนัก หน้าตาแบบเดิมๆ
8. Webstarts

ข้อดีของ Webstarts
- เป็นเครื่องมือในการสร้างเว็บไซต์ที่เรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ
- มีฟีเจอร์หลากหลายให้เลือกปรับแต่งได้ตามต้องการมากมาย
ข้อเสียของ Webstarts
- ไม่เหมาะกับการทำเว็บแบบ Mobile-friendly
- มีเทมเพลตให้เลือกเยอะ แต่คุณภาพไม่ได้ดีมากนัก
9. Webs.com (Vista x Wix)

ข้อดีของ Webs.com
- สมัครง่ายและใช้งานได้ฟรี
- มีเครื่องมือในการตกแต่งเว็บไซต์มากมาย
- สามารถเห็นข้อมูลสถิติการเข้าชมของลูกค้าได้
ข้อเสียของ Webs.com
- ไม่มีเทมเพลตแบบสำเร็จรูปให้เลือก ต้องมานั่งตกแต่งวางโครงเอง
10. Blogger.com

ข้อดีของ Blogger.com
- เหมาะกับคนที่ชอบเขียนบล็อกเป็นชีวิตจิตใจ
- ชอบแลกเปลี่ยนข้อมูล ชอบแชร์สิ่งดีๆ ให้คนอื่นได้รับรู้แนะนำเลย เพราะอิสระมากๆ
- ได้แสดงความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่
- ได้เพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กับเราเพิ่มขึ้น
ข้อเสียของ Blogger.com
- บางคนสมัครเข้ามาเล่นก็ให้ข้อมูลผิดๆ
- บางทีก็ดูไม่น่าเชื่อถือในกลุ่มลูกค้า เพราะไม่มีอะไรมาการันตีความน่าเชื่อถือของเราได้มากเท่าที่ควร
- ไม่เหมาะกับธุรกิจ
11. Google Sites

ข้อดีของ Google Sites
- มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย แค่จับวาง ไม่ต้องมีทักษะการใช้งานมากก็ทำได้
- มีการเชื่อมต่อ เข้าสู่เว็บไซต์ได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก
- มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ไม่ต้องเสียเงินซื้อฟีเจอร์เพิ่มเติม
- รองรับไฟล์ที่หลากหลาย ทั้งข้อความ ภาพ เสียง VDO และลิงก์ต่างๆ
- ใช้ได้ทั้งการเปิดเว็บไซต์ออนไลน์ หรือเว็บโปรไฟล์แนะนำตัวเอง
ข้อเสียของ Google Sites
- มีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่หลายจุด เช่น ลูกเล่นต่างๆ ในการตกแต่ง
- ไม่สามารถปรับแต่ง URL ได้ เว็บไซต์จะขึ้นต้นด้วย https://sites.google.com/ เสมอ
- โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะพบเห็นเว็บไซต์มีค่อนข้างน้อย
12. Zaapi

ข้อดีของ Zaapi
- สามารถสร้างเว็บไซต์ออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าโดเมน
- มีฟีเจอร์ในการใช้งานที่หลากหลาย ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
- มีเทมเพลตฟรี ที่สามารถเลือกใช้งานได้ทันที
- รองรับไฟล์ที่หลากหลาย เช่น ข้อความ ภาพ
- สามารถแชร์ลิงก์ผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้
- เหมาะสำหรับการสร้างร้านค้าออนไลน์ เพิ่มข้อมูลสินค้าได้ไม่จำกัด
- มีแอปพลิเคชัน ที่รองรับทั้งระบบ Android และ ระบบ iOS
ข้อเสียของ Zaapi
- มีการใช้งานที่ซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการศึกษาทำความเข้าใจ
- มีฟีเจอร์บางส่วนที่ใช้งานยาก ต้องใช้เวลาในการศึกษา
13. Godaddy

ข้อดีของ Godaddy
- การใช้งานง่าย สะดวก ไม่ยุ่งยาก ไม่มีพื้นฐานก็สามารถลองใช้งานได้
- มีเทมเพลตและฟังก์ชันการใช้งานให้เลือกหลากหลาย
- สามารถใช้งานได้ฟรีใน 1 ปีแรก โดยไม่ต้องจดทะเบียนชื่อโดเมน
- มีใบรับรอง SSL ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
- ทดลองใช้ฟีเจอร์พรีเมียมได้ฟรีในระยะเวลา 7 วัน
ข้อเสียของ Godaddy
- มีข้อจำกัดในการใช้งานบางส่วน เช่น การปรับแต่ง Layout
- มีเทมเพลตที่มีให้เลือกใช้งานส่วนใหญ่เป็นรูปแบบธรรมดา
- มีค่าใช้จ่ายหากต้องการเปิดใช้งานฟังก์ชันอย่างเต็มรูปแบบ
- ไม่มีเครื่องมือสำหรับสร้าง SEO ในตัว
14. iGetWeb

ข้อดีของ iGetWeb
- เป็นเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่สร้างขึ้นเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
- สะดวกสบาย ใช้งานได้ง่าย
- มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย
- สามารถทำได้ทั้งเว็บไซต์ขายของออนไลน์ เว็บไซต์บริษัท หรือเว็บไซต์องค์กร
ข้อเสียของ iGetWeb
- ต้อง Login ทุกๆ 30 วัน เพื่อให้เว็บไซต์สามารถใช้งานต่อไปได้
- มีฟังก์ชันการใช้งานบางอย่างมีข้อจำกัด
- มีค่าใช้จ่ายหากต้องการเปิดใช้งานฟังก์ชันอย่างเต็มรูปแบบ
ซึ่งทั้ง 14 เว็บไซต์ที่เราได้หยิบมาฝากกันในวันนี้ ก็นับว่าเป็นสุดยอดช่องทางในการทำเว็บไซต์ฟรีที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว เพราะทั้ง 14 เว็บไซต์เหล่านี้นอกจากจะให้บริการฟรีแล้วยังมีลูกเล่นสุดหรูแพรวพราวให้เลือกเล่นตั้งมากมาย
ไม่ว่าการทำเว็บไซต์จะเคยเป็นเรื่องยากขนาดไหนในความคิดของเรา แต่เมื่อได้เจอ 14 เว็บไซต์นี้เข้าไปก็รับรองได้เลยว่า คุ้มและเจ๋งกว่านี้ไม่มีอีกแล้วล่ะ!
ท้ายสุด สำหรับหลายคนที่กำลังเริ่มทำเว็บไซต์ หรือกำลังอยากย้ายโฮสติ้งพอดี อย่าลืมแวะไปดูแพ็กเกจเว็บโฮสติ้งจาก VPS Hispeed กันนะ แพ็คเกจของเรามีหลากหลาย รองรับลูกค้าหลายประเภท แม้จะเป็นมือใหม่ก็ใช้งานได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ เรายังมีบทความให้ความรู้และบทความเปรียบเทียบ cloud hosting กับ shared hosting และ shared hosting vs VPS เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เลือกโฮสติ้งที่เหมาะกับเว็บไซต์และงบประมาณของคุณจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือเว็บไซต์ที่ต้องการรองรับการเติบโตในอนาคต
หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่อีเมล [email protected]
หรือโทร 093 173 0181, 096 238 7242, 082 018 9138 ทีมงานยินดีให้คำแนะนำค่ะ
นิกร รักยิ่งงาม
นิกรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Support มากกว่า 12 ปี รับผิดชอบการช่วยเหลือลูกค้าด้านเทคนิคเกี่ยวกับ Windows Server, Linux Server, Forex VPS, Web Server, เว็บไซต์ CMS รวมถึงการตั้งค่า Domain และ DNS โดยเน้นการแก้ปัญหาแบบเข้าใจง่าย ทำให้ระบบกลับมาใช้งานได้เสถียรและปลอดภัย
นิกร รักยิ่งงาม
นิกรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Support มากกว่า 12 ปี รับผิดชอบการช่วยเหลือลูกค้าด้านเทคนิคเกี่ยวกับ Windows Server, Linux Server, Forex VPS, Web Server, เว็บไซต์ CMS รวมถึงการตั้งค่า Domain และ DNS โดยเน้นการแก้ปัญหาแบบเข้าใจง่าย ทำให้ระบบกลับมาใช้งานได้เสถียรและปลอดภัย


