หน้าที่ของ Server คืออะไรกัน? ทำไมทุกๆ องค์กรถึงต้องมีฮีโร่ตัวนี้!  

วิวัฒนาการของวงการเทคโนโลยีหมุนเร็วยิ่งกว่าลูกข่างซะอีกนะจะว่าไป ยิ่งหากใครเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เรายิ่งต้องวิ่งตามมันให้ทันกว่าใครเพื่อน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในแวดวงนักธุรกิจยิ่งต้องศึกษาว่าหน้าที่ของ Server มันคืออะไร ทำไมหลายๆ องค์กรใหญ่ถึงเลือกใช้มัน ซึ่งเจ้าของธุรกิจก็ต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า แหล่งเก็บข้อมูลของบริษัทและระบบปฎิบัติการต่างๆ ที่เราต้องใช้ทำงานในองค์กรของเรานั้น ถือเป็นหัวใจหลักที่ช่วยให้การทำงานไหลลื่นขึ้น เพราะเมื่อไหร่ที่หัวใจการทำงานของเราขัดข้อง ความหายนะจะตามมาในทันที

ดังนั้น วันนี้เราจึงอยากขอเปิดตัวฮีโร่ที่ทุกบริษัทต้องมี นั่นก็คือ Server ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกธุรกิจควรให้ความสำคัญเลยทีเดียว เพราะมันจะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจเราได้อย่างมากมายมหาศาล งั้นเราไปดูกันเลยว่าอะไรคือ Server มันดีขนาดไหนถึงควรลงทุนติดตั้ง และจะเลือก Server ยังไงให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง เราจะเฉลยให้แบบหมดเปลือกเลยล่ะ!

ไขข้อข้องใจ Server คืออะไร?

เปิดประเด็นกันที่คำถามสุดพื้นฐานที่ใครๆ ก็อยากรู้ว่า Server แท้จริงแล้วมันคืออะไร พูดง่ายๆ มันก็เป็นได้ทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่เป็นตัวการหลักในการส่งข้อมูลให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นลูกข่ายอีกที

ซึ่งหากจะเปรียบเทียบ Server กับระบบในร่างกายของเรานั้น มันก็คงจะเป็นหัวใจที่ช่วยหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายให้ดำรงต่อไปได้ ซึ่ง Server ก็มีหน้าที่เพื่อทำงานหนักล้วนๆ แถมมีความสามารถสูงกว่าการทำงานของคอมพิวเตอร์ซะอีก ที่สำคัญเซิร์ฟเวอร์ยังมีความปลอดภัยมากกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งในการนำมาเป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อข้อมูลให้กับลูกข่าย และเป็นตัวเก็บข้อมูลทุกอย่างของบริษัทนั่นเอง

และนี่ก็คือหน้าที่ของ Server!

เมื่อพูดถึงคำว่า Server เราจึงไม่สามารถระบุชี้ชัดได้อย่างตายตัวว่ามันคือคอมพิวเตอร์ได้อย่างเดียว หากแต่มันยังหมายรวมถึงระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้อีกเช่นกัน ซึ่งโดยหลักๆ แล้วในปัจจุบัน เราใช้ Server เป็นได้ถึง 3 หน้าที่เลยล่ะ

เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ให้บริการบางอย่างกับคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมฯ ที่เป็นลูกข่าย

– เป็นระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่ให้บริการบางอย่างกับคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมฯ ที่เป็นลูกข่าย

– เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ให้บริการบางอย่างแก่คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคอมฯ ที่เป็นลูกข่าย

ระบบปฎิบัติการที่นำมาใช้บน Server มีอะไรบ้าง?

อย่างที่เราได้รู้กันไปแล้วว่า Server สามารถใช้เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ซึ่งถ้าหากเราจะใช้เป็นโปรแกรมคอมฯ นั้น มันจะต้องอาศัยการทำงานบนระบบปฎิบัติการ ซึ่งในปัจจุบันก็มีมากถึง 5 ระบบเลยทีเดียวขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละองค์กร ว่าอยากจะใช้ Server รูปแบบใด

– Dedicated Server เป็นผู้ให้บริการเช่าเซิร์ฟเวอร์ ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์เอง ซึ่งรูปแบบนี้จะเหมาะกับองค์กรที่มีข้อมูลเยอะมหาศาลและต้องการเก็บเป็นความลับ

– Cloud Server เป็นผู้ให้บริการอีกรูปแบบหนึ่งที่ลูกค้าสามารถเช่าเพื่อนำไปใช้บริการได้ตามความต้องการเสมือนเป็น Server เครื่องหนึ่ง

Linux Server ใช้สำหรับ Linux Distribution

– Windows Server ใช้สำหรับ Windows ที่ต้องใช้ Server เป็นหลัก

– Unix Server ใช้สำหรับ Unix ถือเป็นระบบปฎิบัติการที่ค่อนข้างเก่า แต่ในปัจจุบันก็ยังพอมีคนใช้งานอยู่เหมือนกัน

ซึ่งหลังจากที่เราเลือกได้แล้วว่าจะใช้ระบบปฎิบัติการอะไรมาใช้กับงานในองค์กรของเรา จากนั้นเราก็ต้องทำการเลือกโปรแกรมเพื่อไว้ตอบสนองการทำงานของ Server ให้ลื่นไหลขึ้นอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งตามหลักแล้ว เครื่อง Server 1 เครื่อง เราจะเลือกระบบปฎิบัติการได้เพียงแค่หนึ่ง ส่วนโปรแกรมนั้นเราจะเลือกได้กี่แบบก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเรา โดยโปรแกรมที่นำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์นั้นก็มี

– Web Server เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านเว็บไซต์ เช่น Apache Web Server

– Mail Server เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ให้บริการทางด้าน E-mail

– DNS Server เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ให้บริการโดเมนเนม

– Database Server เป็นโปรแกรมที่ให้บริการทางด้าน Database

– File Server ใช้สำหรับจัดเก็บไฟล์ เหมือนเป็นฮาร์ดดิสก์หลักในการเก็บข้อมูลของบริษัท

– Print Server สำหรับองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ช่วยให้สั่งปริ้นท์ออกมาได้เยอะขึ้น และช่วยจัดการแบ่งการปริ้นท์ให้ทั่วถึงต่อทุกคนในองค์กรได้ด้วย เพราะมันช่วยจัดเรียงคิวได้ ว่าใครสั่งพิมพ์ก่อน ดังนั้น องค์กรขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้

– Application Server เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่มักทำงานร่วมกับ Mail Server หรือ Web Server เพื่อให้งานลื่นไหลมากขึ้น

แล้วองค์กรแบบไหน ที่ควรมี Server เป็นของตัวเอง?

ขอตอบตรงนี้เลยว่า ทุกองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่องอยู่ในองค์กร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาเครื่อง Server มาอำนวยความสะดวก เพราะมันช่วยให้ระบบจัดการในด้านการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังช่วยในการจัดเก็บข้อมูลขององค์กรไม่ให้รั่วไหลไปไหนอีกด้วย

เลือก Server ยังไงให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง

1. อุปกรณ์เก็บเครื่องมือผ่านเครือข่าย

ถือเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่มีราคาไม่แพงและมีความเรียบง่าย เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเซิร์ฟเวอร์ระดับปานกลาง และใช้ระบบปฎิบัติการแบบ Linux เพื่อติดตั้งและช่วยให้การทำงานลื่นไหลมากขึ้น

2. เซิร์ฟเวอร์แบบ Tower

มีราคาสูงกว่าแบบแรก ซึ่งสามารถนำมาทำงานบนชั้นวางหรือบนโต๊ะได้เลย ซึ่งข้อเสียของมันก็คือจะต้องลงทุนซื้อคีย์บอร์ด จอภาพ และเมาส์เพิ่มด้วย เพราะต้องไว้ควบคุมการทำงานนั่นเอง ซึ่งสำหรับใครที่มองว่าดูวุ่นวายและมีข้อจำกัดเยอะเกินไป ลองไปดูแบบอื่นแทนกันก่อน

3. Server แบบ Rack

เป็นเซิร์ฟเวอร์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก จึงเหมาะกับการเคลื่อนย้ายได้แบบง่ายดายมากกว่าแบบอื่นๆ ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะมีราคาสูงกว่าแบบ Tower แต่ก็ยังเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่มีราคาต่ำกว่าแบบ Blade นับว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่คุ้มค่าแก่การลงทุนเพราะมันช่วยแบ็คอัพข้อมูลสำคัญๆ ขององค์กร และมีความปลอดภัยสูงมาก เมื่อไหร่ที่คอมแฮงค์ จึงไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะหายแน่นอน

4. Server แบบ Blade

มีความเป็นระเบียบและมีความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลได้มากกว่ารุ่นอื่นๆ และสามารถเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ได้ง่ายๆ ในตู้เดียวกัน อีกทั้งยังติดตั้งชิ้นส่วนอื่นๆ ภายในตู้เพิ่มได้ จึงเหมาะกับองค์กรที่มีขนาดใหญ่มากๆ และมีข้อมูลภายในองค์กรเยอะมากเป็นพิเศษ

Server มีประโยชน์ขนาดไหน ทำไมถึงคุ้มค่าต่อการติดตั้ง?

เมื่ออ่านกันมาจนถึงตรงนี้แล้ว เพื่อนๆ ก็พอจะจับแนวทางได้แล้วว่า เซิร์ฟเวอร์ช่วยให้การทำงานรวดเร็วและลื่นไหลมากขึ้น เพราะคงไม่มีใครนั่งทำงานอยู่แล้วอยากขอไฟล์งานจากเพื่อน ก็ต้องเดินไปดูดงานจากเครื่องเพื่อนให้ลำบากยุ่งยาก ซึ่งถ้าหากว่าเรามีเซิร์ฟเวอร์ ทุกอย่างก็ง่ายดายหมด อาจจะส่งผ่าน Web Server หรือ Mail Server เอาก็ได้ หรือหากจะปริ้นท์งาน เพียงลง Print Server ก็ทำให้ระบบการทำงานลื่นไหลได้มากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลามาสลับสายเสียบไปเสียบมาให้วุ่นวาย เพราะตัวเซิร์ฟเวอร์จะเป็นศูนย์กลางทุกจักรวาลในองค์กรที่ทำให้ประหยัดเวลาและมีระบบระเบียบมากขึ้นนั่นเอง  

อีกทั้งเซิร์ฟเวอร์ยังช่วยแบ็คอัพข้อมูลสำคัญๆ ในองค์กร ทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยว่างานจะไม่หายแน่นอนแม้ยามเกิดไฟดับหรือคอมแฮงค์กระทันหัน เพื่อนๆ จึงรู้สึกอุ่นใจได้เลยถ้าในออฟฟิศของเรามีตัวเซิร์ฟเวอร์คอยคุ้มกันอยู่

และนี่ก็เป็นคำตอบของทุกวงการธุรกิจที่จะช่วยให้การทำงานในแต่ละบริษัทก้าวไกลไปได้อย่างไม่มีวันสะดุด ซึ่งเมื่อเทียบกับความปลอดภัยของตัวบริษัทเราแล้วนั้น Server ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ควรค่าแก่การลงทุนเป็นอย่างยิ่ง มากกว่าจะนั่งคิดแค่ว่าเสียดายเงิน เพราะเมื่อไหร่ที่ระบบข้อมูลในบริษัทของเราขัดข้องขึ้นมาล่ะก็ เมื่อนั้นเราจะทำได้แค่เพียงรู้สึกเสียดายที่มัวแต่นั่งคิดว่าจะติดตั้งดีรึเปล่า เพราะ Server ก็เปรียบเสมือนฮีโร่ที่ช่วยปกป้องและช่วยแก้ปัญหาในยามคับขันให้กับธุรกิจของเราได้ทุกเมื่อยาม 

แต่… เราเข้าใจดีว่า ไม่ใช่ทุกบริษัทที่พร้อมจะมี Server เป็นของตัวเอง เพราะอย่างบางบริษัทอาจจะทำงานกันโดยที่ไม่จ้าง IT เลยสักคน ไม่มีทั้งเงินและเวลาจะหาคนมาคอยดูแล หรือแม้แต่ศึกษาเรื่อง Server อย่าถี่ถ้วนขนาดนั้น อยากจะทำอะไรที่เรียกว่า จ่ายเงินอย่างเดียว แล้วก็ให้คนเตรียมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ต่างๆ ให้ทั้งหมด รวมถึงมีคนดูแลระบบให้ด้วย เรียกว่าจ่ายเงินอย่างเดียวได้ครบ ทั้งความรวดเร็ว ปลอดภัยต่างๆ โดยไม่ต้องมี IT มาคอยดูแลเรื่องพวกนี้ให้ VPS Hosting เป็นบริการให้เช่าพื้นที่บนในเซิร์ฟเวอร์สำหรับเก็บไฟล์เว็บไซต์ฐานข้อมูล แต่ที่นิยมตอนนี้คือบริการจาก VPS Hispeed ของเราเพราะตอบโจทย์ทุกอย่างได้หมดเลย ลองมาศึกษาบริการ VPS จากพวกเรา VPS Hispeed กันดู