SSD คืออะไร แตกต่างกับ HDD อย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เวลาที่เราเปรียบเทียบ SSD กับ HDD เราไม่ได้จะพยายามหาผู้ชนะ เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขัน ทั้ง SSD และ HDD ต่างกันมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าข้อดีและข้อเสียเหล่านั้นของ SSD และ HDD คืออะไรบ้าง และจะมีวิธีการเลือกอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ที่สุด

 

SSD คืออะไร?

SSD ย่อมากจาก Solid State Drive เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เหมือนกับ HDD ในการจัดเก็บข้อมูล แต่ SSD จะใช้หน่วยความจำในลักษณะของ Flash Memory Chips ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายคลึงกับ Flash Drive/Thumb Drive แต่เร็วกว่าและเสถียรกว่า

ข้อดี-ข้อเสียของ SSD 

  • ข้อดีของ SSD 

SSD มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่า HDD อ่าน เขียน และประมวลผลได้ไวกว่าหลายเท่าตัว และยังมีขนาดที่เล็กจึงประหยัดพื้นที่ไม่กินเนื้อที่ในเคส ที่สำคัญยังทนทานต่อการกระแทก และประหยัดพลังงานมากกว่า HDD 

  • ข้อเสียของ SSD

SSD จะมีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ HDD และยังมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าด้วย

HDD คืออะไร?

HDD ย่อมาจาก Hard Disk Drive เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูล มีลักษณะเป็นฮาร์ดดิกส์แบบจานหมุนแม่เหล็กแบบที่หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยอยู่บ้าง ซึ่งเป็นลักษณะของดิสก์ที่มีและใช้มา 60 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956

ข้อดี-ข้อเสียของ HDD

  •  ข้อดีของ HDD

HDD จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานเมื่อเทียบกับ SSD และอีกหนึ่งข้อดีที่เด่นมากๆ นั่นก็คือราคา ซึ่งถ้าหากเทียบกันระหว่าง SSD กับ HDD ในความจุที่เท่ากัน HDD จะราคาถูกกว่าพอสมควร

  •  ข้อเสียของ HDD

การทำงานของ HDD หัวใจสำคัญจะอยู่ที่จานหมุนจึงต้องระมัดระวังเวลาเคลื่อนย้าย เพราะถ้าหากจานหมุนโดนกระแทกจนเกิดความเสียหาย HDD จะพังทันที รวมถึงการทำงานของ HDD จะช้ากว่า SSD อย่างเห็นได้ชัด และไม่ค่อยเหมาะที่จะใช้งานเป็นไดรฟ์หลักในการบูทระบบ หรือเล่นเกม

HDD และ SSD แตกต่างกันอย่างไร?

ทีนี้ก็มาถึงคำถามที่ว่าความแตกต่างระหว่าง SSD กับ HDD คืออะไร? มีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดความแตกต่างระหว่างไดรฟ์ทั้งสองชนิดนี้ ที่รู้กันทั่วไปคือ SSD มีราคาแพงกว่า ได้พื้นที่การจัดเก็บน้อยกว่า แต่ประสิทธิภาพของการส่งถ่ายข้อมูลอาจสูงกว่าถึงสิบเท่า ส่วน HDD ซึ่งทำงานได้ช้ากว่า ก็มีข้อดีทดแทนคือราคาย่อมเยากว่ามากๆ นั่นเอง ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่เหลือ เรามาดูกันทีละข้อ ดังนี้ครับ

SSD กับ HDD เหมาะกับการทำงานแบบไหน?

SSD เหมาะกับ: Solid State Drive กำลังกลายเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า HDD จึงเหมาะกับการใช้งานเป็นไดรฟ์หลัก การใช้งานที่เน้นการเข้าถึงไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว บูทเครื่องให้เร็วขึ้น และเร่งการทำงานของแอปพลิเคชัน

HDD เหมาะกับ: Hard Disk Drive อุปกรณ์เก็บข้อมูล ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงราคาและความคุ้มค่าในการใช้งาน HDD จึงเหมาะกับการใช้งานที่เน้นความคุ้มค่าในการจัดเก็บข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลปริมาณมาก หรือการจัดเก็บข้อแบบ Backup สำรองข้อมูลต่างๆ นั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนยกให้ HDD ดีที่สุดในมุมของราคาต่อ GB

1. SSD vs. HDD: ความเร็ว

ความเร็วที่เหนือกว่ามากๆ เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนหันไปเลือก SSD เพราะเมื่อวัดกันเฉพาะความเร็วแล้ว SSD ชนะขาดลอยแน่นอน ถึงแม้ว่า HDD จะมีการพัฒนาไปมากแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องความเร็วของในการหมุนของดิสก์ ซึ่งหมายความว่า SSD ที่ไม่ได้ใช้การหมุนของดิสก์ในการทำงานจะไม่มีข้อจำกัดเรื่องนี้ และจะมีความเร็วในการอ่าน/เขียนข้อมูลที่เร็วกว่า HDD เสมอ

เมื่อเจาะลึกลงรายละเอียด ดูกันเป็นตัวเลขก็จะยิ่งเห็นชัดถึงความแตกต่างเรื่องความเร็วของ SSD ยกตัวอย่าง HDD ที่มีราคาแพงและอยู่ระดับบนๆ ของตลาด จะมีความเร็วในการหมุนสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7200 รอบต่อนาที และมีความเร็วส่งผ่านข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 150-200MBps ซึ่งความเร็วทั้งหมดที่กล่าวมาอาจจะช้าลงไปกว่านี้ในการใช้งานจริง เปรียบเทียบกับ SSD ซึ่งมีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลโดยเฉลี่ยมากถึง 500 MBps จากตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นชัดเจนว่า เมื่อเปรียบเทียบกันที่ความเร็ว SSD นำหน้า HDD อยู่ในขณะนี้

2. SSD vs. HDD: ความทนทาน/ความเสถียร

การออกแบบชิ้นส่วนของ SSD จะต่างจาก HDD ตรงที่ไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องหมุนหรือเคลื่อนไหว ข้อแตกต่างตรงนี้ทำให้ SSD เหนือกว่าในเรื่องของความเสถียร ความทนทาน และความเงียบขณะทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานบน device ที่มีการเคลื่อนที่อยู่เสมออย่างแล็บท็อป โอกาสที่ตัวเครื่องจะตกพังเสียหาย จนเป็นเหตุให้ข้อมูลหายก็อาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่ากับ HDD

การทำงานของ SSD จะเป็นการอ่าน/เขียนข้อมูลในเซลส์หน่วยความจำขึ้นเป็นบล็อคๆ ในลักษณะที่ทำให้สามารถลดโอกาสการเกิดข้อผิดพลาดขณะที่เขียน ในขณะที่ HDD จำเป็นต้องเขียนหน่วยความจำในลักษณะที่ยาวและเรียงตามลำดับเวลา ทำให้เมื่อมีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ การเข้าถึงไฟล์ก็จะช้าลงเรื่อยๆ และเกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายกว่า ตัว SSD จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องนี้ เนื่องจากการจัดเก็บข้อมูลของ SSD เป็นไปใน patterns ที่ทำให้สามารถเข้าถึงไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งความทนทานของตัวชิปและความเสถียรจึงค่อนข้างเหนือกว่า

3. SSD vs. HDD: อายุการใช้งาน

หากพูดถึงเรื่องอายุการใช้งาน HDD นั้นถือว่าเหนือกว่า SSD อยู่หลายขุม นั่นก็เพราะว่าตัว SSD จะทำงานด้วยการเขียนแล้วลบข้อมูลอยู่ซ้ำๆ ซึ่งการเขียนแล้วลบๆ บนเซลส์เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะมีวันที่ตัวไดรฟ์จะเสื่อมสภาพไปตามความหนักเบาของการใช้งาน หากนึกภาพไม่ออกก็ให้ลองนึกถึงแบตเตอรี่มือถือของเราที่เสื่อมสภาพเพราะวงจรการชาร์จเยอะขึ้น ฉะนั้นพอถึงจุดจุดหนึ่ง ตัว SSD เองก็เสื่อมสภาพลงจนหมดอายุขัยนั่นเอง ถึงแม้ว่าเราจะดูแลจัดการไดรฟ์อย่างดีหรือต่อให้มี SSD เทคโนโลยีต่างๆ ออกมา อายุเฉลี่ยของ SSD ก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-6 ปีโดยประมาณเท่านั้น

ในขณะที่ HDD ซึ่งทำงานด้วยการหมุนของดิสก์ ตราบใดที่ลักษณะทางกายภาพของฮาร์ดแวร์ยังคงสภาพอยู่ได้ ยังหมุนอยู่ได้ ก็เท่ากับว่าตัวดิสก์ยังทำงานได้เรื่อยๆ ต่อไป ซึ่งถ้าดิสก์ยังสามารถทำงานและหมุนได้เรื่อย ก็อาจจะมีอายุการใช้งานถึง 10-15 ปี โดยไม่มีปัญหาใดๆ และเสื่อมสภาพช้ามาก (เมื่อเทียบกับ SSD) โดยรวมแล้วจึงถือว่า HDD มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า SSD

4. SSD vs. HDD: การสิ้นเปลืองพลังงาน

SSD ที่สามารถอ่าน/เขียนข้อมูลเร็วกว่าจะใช้พลังงานน้อยกว่า HDD ที่ต้องมีการหมุนดิสก์อย่างต่อเนื่องที่ประมาณ 7,200 รอบต่อนาที ซึ่ง SSD ไม่ได้ต้องการพลังงานต่อเนื่องขนาดนั้น การใช้พลังงานของ SSD จะเป็นในรูปแบบของการ burst ครั้งเดียวสั้นๆ หลังจากนั้นก็จะหยุดเมื่อไม่ต้องการใช้ ทำให้ในแง่ของการสิ้นเปลืองพลังงาน SSD อาจสิ้นเปลืองน้อยกว่าเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็นแค่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่บ้านเล่นเกม ดูหนัง ใช้อินเทอร์เน็ตธรรมดาๆ เรื่องว่าแบบไหนเปลืองพลังงานมากหรือน้อยกว่ากันนี่แทบจะไม่มีผลใดๆ เพราะว่าทั้งสองแบบต่างกันเพียงเล็กน้อยจริงๆ คุณจะเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ HDD จำนวนหลายพันเครื่อง แบบนั้นจึงจะเริ่มเห็นความแตกต่างของต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า และจะพบว่าการใช้ SSD จะประหยัดมากกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญ

5. SSD vs. HDD: การเล่นเกม

ดูข้อดีข้อเสียระหว่าง SSD และ HDD กันไปแล้ว มาเอาใจสายเกมเมอร์บ้าง ว่าระหว่าง SSD และ HDD ควรเลือกแบบไหน อะไรดีกว่ากัน

  • SSD จะสามารถโหลดเกมได้ไวกว่า ส่งข้อมูลได้เร็วกว่า HDD ทำงานได้รวดเร็วกว่า ถึง 35 – 100 เท่า
  • SSD จะมีประสิทธิภาพในการอ่าน เขียน ประมวลผล ได้ดีกว่า HDD
  • SSD รุ่นใหม่ๆ มักจะใช้ตัวประสาน PCIe ที่เร็วกว่าไดรฟ์ SATA III

ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้ดูต่างกันมากนัก แต่ SSD จะทำให้การเล่นเกมโดยรวมดีขึ้น โหลดเร็วขึ้น ซึ่งสำหรับเกมเมอร์ที่อยากจะเล่นเกมแบบรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ไม่อยากรอนาน SSD ก็เป็นตัวเลือกที่แม้ราคาสูงไปสักนิด แต่ก็คุ้มค่าเพราะมันจะทำให้คุณไม่ต้องรอโหลดอะไรนานๆ

เพราะสิ่งที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่คาดหวัง คือความรวดเร็ว และเสถียรภาพในการทำงาน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ควรเลือกใช้งาน SSD มากกว่า HDD

เลือกโฮสติ้ง SSD แบบไหนดี?

  • Shared SSD Web Hosting

ปกติ Shared hosting จะช้ากว่าเว็บโฮสในรูปแบบอื่นอยู่แล้ว แต่เมื่อใช้ควบกับ SSD ก็จะมีความรวดเร็วขึ้นอีก ที่สำคัญคือราคาไม่สูงนัก จึงเหมาะกับการใช้กับธุรกิจเล็กๆ และเหมาะกับเว็บไซต์ขนาดเล็ก แต่อาจมีจำนวนคนเข้าชมเยอะ

  • SSD VPS Hosting

ใครที่กำลังใช้ VPS hosting อยู่ นั่นก็แสดงว่าพอจะเล็งเห็นแล้ว shared โฮสติ้งนั้นไม่เหมาะหรือ “ไม่เพียงพอ” กับการใช้งานอีกต่อไป ซึ่งหมายความว่าเว็บไซต์ของลูกค้าอาจจะมีขนาดกลาง-ใหญ่ ข้อมูลเยอะ นอกจากความรวดเร็ว ลูกค้าอาจจะต้องการความเสถียร มั่นใจว่าเว็บไซต์จะไม่ down บ่อยๆ จนทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจไป SSD VPS โฮสติ้งก็จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคุณ

คลิกเพื่อดู Hosting Plan จากเรา

 

สรุปควรเลือกอะไรระหว่าง SSD Vs HDD

เมื่อถามว่าควรเลือกอะไรดีระหว่าง SSD กับ HDD ยังคงเหมือนเดิม คำตอบก็ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้ากำลังมองหาคุณสมบัติแบบไหน หากกำลังมองหาการอ่านเขียนข้อมูลที่รวดเร็ว ก็ต้องเลือก SSD แต่ถ้าหากเน้นที่ราคาย่อมเยา สเปกพอดีๆ HDD ก็เป็นตัวเลือกที่ดีพอสำหรับการใช้งานนี่ไม่หนักมาก

small_c_popup.png

บริการ Premium VPS และ Cloud Hosting เร็วกว่าด้วยเซิร์ฟเวอร์ในไทย

รับส่วนลด 50%

ท้าให้ลอง VPS ที่ได้รับรีวิวบริการดีเยี่ยมสูงสุดใน Google Review

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful. You can find full details of our Privacy Policy here.