ในยุคที่การทำเว็บเน้นออกแบบให้ “ครบ จบ ในหน้าเดียว” หรือที่เรียกว่า One Page Design เพื่อให้ผู้ใช้เว็บสะดวกดูข้อมูลเพียงแค่เลื่อนขึ้น หรือลง ก็ทำให้หลายเว็บๆ มีหน้าเว็บที่หนักขึ้นเพราะต้องยัดทุกอย่างไว้ในหน้าเดียว และสิ่งที่กินเวลาในการโหลดมากนั้นก็คือ ภาพ และวิดีโอ

หลายคนคิดว่าการแปะ YouTube จะช่วยให้เว็บโหลดเร็วขึ้นกว่าการนำวิดีโอมาลงในเว็บเอง แต่สคริปท์ที่ใช้สำหรับการลิงก์ยูทูปที่เรียกว่า iFrame นั้นก็หนักมากถึง 600kb เลยทีเดียวนะ!

การทำงานของ Lazy Load… โหลดเบาๆ เอาที่จำเป็นก่อน


ปกติหน้าเว็บจะแสดงผลโดยโหลดทุกสิ่งอย่างพร้อมกัน แต่การทำ Lazy โหลดคือการตั้งค่าให้โหลดเฉพาะบางส่วนของเว็บ แล้วปิดส่วนอื่นๆ ไว้จนกว่าผู้ใช้จะเลื่อนไป คล้ายๆ เว็บคลังภาพอย่าง Pinterest ที่จะโหลดเนื้อหาเพิ่มต่อเมื่อเลื่อนลงไปสุดขอบ (เรียกว่า Infinity Scroll) หรืออย่างบางเว็บที่เมื่อเลื่อนลงมาสุดแล้วจะมีให้กดแสดงผลเพิ่ม เพื่อโหลดข้อมูลเพื่อม และเลื่อนดูต่อ

ข้อดี และข้อเสียของ Lazy Load


แน่นอนว่าข้อดีก็คือการเพิ่มความเร็วของเว็บที่เร็วขึ้นได้สูงสุดเกือบเท่าตัว รวมถึงมีประโยชน์ต่อการใช้งานในหน้าที่มีลักษณะเป็น Infinite Scroll อย่างหน้า Blogs ของเว็บไซต์ เป็นต้น

ส่วนของข้อเสียหลักนั้นคือผลกระทบต่อ SEO เพราะการซ่อนเนื้อหาบางส่วนของเว็บไว้ด้วย Lazy Load ทำให้บอทของ Google ไม่สามารถค้นเจอได้ และอาจทำให้ ลิงก์ ข้อความ หรือคีย์เวิร์ดบางตัวนั้นหายไปจากหน้าเว็บ

  1. ซึ่งหากเป็นกรณีเนื้อหาหน้า Blog เราสามารถนำลิงก์เนื้อหาที่ถูกซ่อนภายใน Lazy Load ไปใส่ไว้ในรายการหน้าเว็บของเราใน Google Search Console ได้ (เป็นการบังคับให้บอทของ Google ต้องเขามาดู และ Index หน้านั้นๆ เข้าไปทันที โดยไม่ต้องรอให้บอทมาตามหาเอง ซึ่งก็อาจจะหาไม่เจอจากการถูกซ่อนไว้ด้วย Lazy Load)
  2. แต่ในกรณีที่ใช้ Lazy Load กับหน้าแรก ในลักษณะที่เป็นการไล่โหลดส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บเมื่อผู้เข้าชมค่อยๆ เลื่อนลงไป กรณีนี้อาจเป็นปัญหาใหญ่อยู่ทีเดียว เพราะนั้นอาจเท่ากับว่าบอทจะไม่เห็นเนื้อหาส่วนล่างเกือบทั้งหมดของเว็บ ดังนั้นการนำเทคนิค Lazy Load มาใช้กับหน้าแรกจึงนิยมใช้ในลักษณะของการซ่อนแค่ ภาพ และวิดีโอ ให้ค่อยๆ โหลดขึ้นมา แต่ยังคงโหลดเนื้อหาที่เป็นข้อความขึ้นมาทั้งหมดไว้ก่อน เพื่อให้บอทสามารถเข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดได้

Lazy Load ส่วนไหนของเว็บได้บ้างที่ทำให้เว็บเร็วขึ้น และไม่กระทบ Search Engine

  1. เฉพาะจุด โดยยังคงแสดงหน้าเว็บ และโครงเนื้อหาเต็มทั้งหมด แต่ซ่อนเฉพาะไฟล์ภาพ วิดีโอ ซึ่ง Plug-In Lazy Load สำหรับ WordPress ส่วนใหญ่จะรองรับแค่การทำ Lazy Load กับภาพ หรือวิดีโออยู่แล้ว ตัวที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ Rocket Lazy Load และ BJ Lazy Load
  2. สำหรับหน้า Blog ไม่จำเป็นต้องใช้ Lazy Load แต่ใช้เป็นการเลือกหมายเลขหน้าแทน แต่หากต้องการเปลี่ยนมาใช้ Lazy Load ในลักษณะ Infinite Scroll สามารถใช้ปลั๊กอินในการทำจาก WordPress ได้เช่นกัน

นอกจาก Lazy Load อย่างอื่นที่คุณต้องทำเพื่อเพิ่มความเร็วด้วย ลองมาดูกันว่า อะไรบ้างที่ทำให้เว็บ WordPress ของคุณโหลดช้า

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ

15 วิธีการตั้งค่าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ WordPress

ปลั๊กอิน wordpress คือ? พร้อมแนะนำปลั๊กอิน 8 ตัวที่คุณควรมี

แนะนำ WordPress Hosting แบบละเอียดและเข้าใจง่าย